วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การสืบค้นข้อมูล

เทคนิคการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต - Presentation Transcript

    • เทคนิค
    • การค้นหาข้อมูล
    • ใน ... อินเตอร์เนต
    รายวิชา ASI 403 ภาษาและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ภาคการศึกษาที่ ๑ / ๒๕๕๒ สถาบันอาศรมศิลป์
    • การค้นหาข้อมูลในเวปไซต์
    • ปัญหาในการสืบค้น
    • การวางแผนและกลยุทธ์การสืบค้นข้อมูล
    • รูปแบบการสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เนต
    • เวปไซต์ค้นหาข้อมูล (Search Engine) ที่ได้รับความนิยม
    • วิธีการค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนต
    • เทคนิควิธีการในการใส่คำสืบค้น
    • การบันทึกเวปเพจ (Web Page) ที่สนใจเป็นไฟล์
    • ระบบการค้นหาข้อมูลที่เรียกว่า เซิร์สเอ็นจิน (Search Engine) เป็นหัวใจสำคัญของการค้นหาข้อมูล ที่จะทำให้การค้นหาข้อมูลซึ่งมีจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ตนั้นเกิดประโยชน์ในการเข้าถึงได้อย่างแท้จริง
    • ระบบค้นหาที่นิยมใช้กันอยู่ในขณะนี้ เช่น
    • www.google.com www.google.co.th www . yahoo . com www . altavista . com ฯลฯ
    • ระบบค้นหายังมีอีกมาก แม้แต่เว็บเพ็จขององค์กรต่าง ๆ ก็มักจะมีระบบค้นหา
    • เพื่อให้ผู้ต้องการข้อมูลภายในองค์กรจะได้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว
    • ไม่ทราบความต้องการที่แท้จริง และไม่ทราบว่าควรจะค้นหาข้อมูลจากแหล่งใด
    • ข้อมูลมีเยอะแยะมากมาย หลายสิบหน้า หรือเป็นพันๆ แล้วจะเลือกอย่างไรให้ตรงประเด็นที่เราต้องการมากที่สุด
    • จะทำอย่างไร และควรใช้คำสืบค้นอย่างไร ? ที่จะได้ข้อมูลตรงประเด็นที่เราต้องการมากที่สุด
    ?
    • ๑ . รู้เป้าหมายในการค้นหา เช่น ต้องการข้อมูลสารสนเทศเชิงวิชาการ เพื่อเป็นข้อมูลการเขียนบทความ ทำรายงาน ทำการวิจัยเพื่อการศึกษาเป็นต้น
      • ๒ . ต้องรู้ว่าต้องการค้นเรื่องอะไร
      • ๓ . รู้แหล่งข้อมูลและฐานข้อมูลที่ต้องการสืบค้น ( URL :http://www. arsomsilp . ac.th )
      • ๔ . การรู้จักเลือกเครื่องมือช่วยค้นที่เหมาะสมกับหัวข้อที่ต้องการ
      • ๕ . กำหนดคำที่จะใช้ค้น ( Query ) เช่นคำสำคัญหรือหัวเรื่อง
      • ๖ . การพัฒนาทักษะการสืบค้นข้อมูล
      • ๗ . วิเคราะห์และประเมินผลลัพธ์ที่ได้
    วิธีแก้ปัญหาในการสืบค้นข้อมูล
    • เลือก Search Engine ที่ใช้ประจำไว้ใน “ Bookmarks” or “Favorite Places”
    • ถ้าหัวเรื่องกว้างให้ใช้ Subject Search เช่น Yahoo, LookSmart or Encyclopedia Britannica
    • ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะหรือหัวข้อแคบให้ใช้ Keyword ค้นใน Infoseek, excite และ Savvy
    • ค้นจากหลายๆฐานข้อมูลหรือค้นจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น AltaVista, HotBot or NorthernLight
    ทำความเข้าใจกับเครื่องมือวิธีการสืบค้น ภาษา และ เทคนิคที่ใช้เพื่อไม่ให้คำค้นกว้างเกินไป
    • การค้นหาในรูปแบบ Index Directory
    • การค้นหาในรูปแบบ Search Engine
    • การค้นหาในรูปแบบ Index Directory ข้อมูลจะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย จากการที่เจ้าของเวปไซต์คัดแยกข้อมูลออกมาเป็นหมวดหมู่ และจัดแบ่งแยก Site ต่างๆออก เป็นประเภท
    • สำหรับวิธีใช้งาน คุณสามารถที่จะ Click เลือกข้อมูลที่ต้องการจะ ดูได้เลยใน Web Browser จากนั้นที่หน้าจอก็จะแสดงรายละเอียดของหัวข้อปลีกย่อยลึกลงมาอีกระดับหนึ่ง ปรากฏขึ้นมาให้เราเลือกอีก ส่วนจะแสดงออกมาให้เลือกเยอะแค่ไหนอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของ
    • การค้นหาในรูปแบบ Search Engine ผู้ใช้ส่วนใหญ่กว่า ๗๐ % จะใช้วิธีการค้นหาแบบนี้ หลักการทำงานของ Search Engine คุณจะต้องพิมพ์คำสำคัญ ( Keyword) ซึ่งเป็นการอธิบายถึงข้อมูลที่คุณต้องการจะเข้าไป ค้นหานั้นๆเข้าไป จากนั้น Search Engine ก็จะแสดงข้อมูลและ Site ต่างๆที่เกี่ยวข้องออกมา
    • ( ระบบฐานข้อมูลของมันจะได้รับการจัดสร้างโดยใช้ Software ที่มีหน้าที่ควบคุมและจัดการ มีชื่อเรียกว่า Spiders ซึ่งการทำงานของมันจะใช้วิธีการเดินลัดเลาะไปตามเครือข่ายต่างๆที่เชื่อมโยงถึงกันอยู่เต็มไปหมดใน Internet เพื่อค้นหา Website ที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบหาความเปลี่ยนแปลงของ ข้อมูลใน Site เดิมที่มีอยู่ ว่าที่ใดถูกอัพเดตแล้วบ้าง จากนั้นมันก็จะนำเอาข้อมูลทั้งหมดที่สำรวจเข้ามา ได้เก็บใส่เข้าไปในฐานข้อมูลของตนอัตโนมัติ ยกตัวอย่างของผู้ให้บริการประเภทนี้เช่น Excite , Lycos Infoserch เป็นต้น การค้นหาด้วยวิธี Search Engine นั้นมักจะได้ผลลัพธ์ออกมากว้างๆชี้เฉพาะเจาะจงได้ยาก
    • Google http://www.google.com/
    • Yahoo http://www.yahoo.com/
    • AltaVista http://www.altavista.com/
    • Excite http://www.excite.com/
    • HotBot http://www.hotbot.com/
    • Infoseek http://www.infoseek.com/
    • Lycos http://www.lycos.com/
    • Siamguru http://www.siamguru.com
    • ThaiFind http://www.thaifind.com
    • Sanook http://www.sanook.com
    • Tuk - Tuk http://www.tuk-tuk.com/index-b.asp
    • Thailand2000 http://www.thailand 2000 .com
    • การค้นหาข้อมูล ในเวิลด์ไวด์เว็บ ทำได้โดย
    • การพิมพ์คำ วลี หรือคำถาม ลงไปในช่องว่าง แล้วคลิกที่ search ตัวอย่างเช่น เราต้องการทราบสภาพอากาศในกรุงเทพฯ ให้พิมพ์คำว่า Bangkok weather หรือ what is the weather in Bangkok? ลงไป เมื่อคลิ๊กที่ search โปรแกรมจะค้นหาข้อมูล ที่เกี่ยวกับสภาพอากาศในกรุงเทพฯให้ทันที
  1. ๑ ๒ การใช้ เครื่องหมาย คำพูด “ ...................” ถ้าเราต้องการค้นหาคำหรือวลีที่เฉพาะเจาะจง และแน่ใจ ว่าคำหรือวลี นั้น   เช่น " you are my sun shine " ทำให้เราได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการมากกว่า การใช้ ตัวอักษรตัวเล็กและตัวใหญ่ การค้นหาข้อมูลใน อินเตอร์เนต ให้ใช้ตัวอักษรตัวเล็กเท่านั้น   เช่น ถ้าพิมพ์ว่า " Banana " ก็จะได้ผลลัพธ์จากเวปไซต์เฉพาะที่สะกดว่า Banana เท่านั้น   แต่ถ้าใช้ banana เราจะได้ผลลัพธ์ จากทุกเวปเพจ
  2. ๓ ๔ การใช้เครื่องหมายบวก และ ลบ กรณีที่ต้องการให้ผลลัพธ์ทั้งหมด มีคำที่เราต้องการค้นหาอยู่ด้วย ให้ใส่ (+) ไปข้างหน้า   เช่น   ต้องการให้มีคำว่า phuket อยู่ในผลลัพธ์ ให้พิมพ์ beach diving sea + phuket แต่ถ้าต้องการให้ผลลัพธ์ไม่มีคำ ที่ต้องการอยู่ ก็ให้ใส่ ( - ) ด้านหน้าคำนั้น การใช้ Wildcards เราใช้ เครื่องหมาย (*) เป็นตัวร่วม สำหรับค้นหาเวปเพจ เพื่อให้ครอบคลุม ถึงคำที่เราต้องการในหลายๆรูปแบบ เช่น com* เป็นการบอกให้หาคำที่มีคำว่า com ขึ้นหน้าเป็นหลักส่วนด้านท้ายเป็นอะไรไม่สนใจ แต่หากนำมาไว้ด้านหน้า เช่น * tor จะเป็นการให้หาคำที่ลงท้ายด้วย tor เป็นหลัก  
  3. ๕ การใช้ ตัวเชื่อมทาง Logic มีอยู่ ๓ ตัวด้วยกันคือ AND เป็นการสั่งให้หาโดยจะต้องมีคำนั้นๆมาแสดงด้วยเท่านั้น ! โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องติดกัน เช่น food AND fruit เป็นต้น OR เป็นการสั่งให้หาข้อมูล โดยจะต้องนำคำใดคำหนึ่งที่พิมพ์ลงไปแสดงออกมา NOT เป็นการสั่งไม่ให้เลือกคำนั้นๆมาแสดง เช่น food and cheese not butter หมายความว่า ให้ทำการหาเวปที่เกี่ยวข้องกับ food และ cheese แต่ต้องไม่มี butter เป็นต้น
  4. ๖ การระบุเงื่อนไขประเภทเอกสาร นำมาใช้ในกรณีที่ต้องการเอกสารฉบับจริง หรือเอกสารฟอร์แมตต่างๆ ที่เผยแพร่ผ่านเวปไซต์ เช่น ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ e-Learning ที่อยู่ในฟอร์แมต Microsoft PowerPoint วิธีการ คือระบุคำเฉพาะเพิ่มเติมในการสืบค้น คือ filetype:ppt เช่น e-Learning filetype:ppt หรือต้องการให้การสืบค้นมีความเฉพาะเพิ่มขึ้น เช่น e-learning site:nectec.or.th filetype:ppt นอกจากยังสามารถระบุฟอร์แมตเอกสารอื่นได้ เช่น doc สำหรับ Microsoft Word xls สำหรับ Microsoft Excel และ pdf สำหรับเอกสารในฟอร์แมต pdf
  5. ๗ การค้นหาคำในหน้าเวปเพจด้วย Web Browser ใช้ในกรณี ค้นหาข้อความที่ตรงกับความต้องการภายในเวปเพจที่ได้เลือกไว้ ( สะดวกต่อการนั่งไล่ดูทีละบรรทัด จากข้อความที่มีอยู่เต็มหน้าจอไปหมด ) วิธีการ นำ mouse ไป click ที่ menu Edit แล้วเลือกบรรทัดคำสั่ง Find in Page หรือกดปุ่ม Ctrl + F ที่ keyboard ก็ได้ จากนั้นใส่คำที่ต้องการค้นหาลงไปแล้วก็กดปุ่ม Find Next โปรแกรมก็จะวิ่งหาคำดังกล่าว หากพบมันก็จะกระโดดไปแสดงคำนั้นๆ ซึ่งคุณสามารถกดปุ่ม Find Next เพื่อค้นหาต่อได้ อีกจนกว่าคุณจะพบข้อมูลที่ต้องการ
    • พิมพ์คำสั่ง URL ไปที่ Webs ite ที่ต้องการ
    • คลิกเมนู File
    • คลิกคำสั่ง Save As
    • เลือก folder ที่จะใช้เก็บแฟ้ม
    • คลิกคำสั่ง Save เครื่องจะเก็บเป็นไฟล์ชนิด HTML ถ้าต้องการเก็บเป็น Text File ให้เปลี่ยนชนิดเป็น .TXT

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต

                        1.ระบบอินเตอร์คืออะไร                     
คือ เครือข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครือข่ายเล็ก ๆ มากมาย รวมเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งโลก
คือ เครือข่ายสื่อสาร ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ต้องการเข้ามาในเครือข่าย
คือ การเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่าย
คือ เครือข่ายของเครือข่าย
                  2.คำศัพท์ต่าง ๆ ของอินเตอร์เน็ต            
คำศัพท์ที่สำคัญ ในการศึกษาเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตที่ควรทราบ มีดังนี้
1. Website หมายถึง จำนวนไฟล์หรือจำนวนหน้าทั้งหมดของเว็บไซต์นั้น ๆ

2. WebPages หมายถึง หน้าในแต่ละหน้าหรือไฟล์แต่ละไฟล์ที่ประกอบกันขึ้นรวม ๆ กันกลายเป็นเว็บไซต์

3. HomePage หมายถึง หน้าแรกของเว็บเพจทั้งหมดที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตจะพบเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าโฮมเพจเปรียบเสมือนสารบัญและคำนำที่เข้าของเว็บไซต์สร้างขึ้น นอกจากนี้โฮมเพจหนึ่ง ๆ อาจจะมีการเชื่อมกับเว็บเพจอื่นๆ อีกจำนวนมากได้

4. Webmaster หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่วางแผน ดูแล บริหารและจัดการเว็บไซต์เพื่อให้เว็บไซต์นั้น ๆ บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

5. ISP หมายถึง ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ย่อมาจาก Internet Service Provider

6. IP Address หมายถึง หมายเลขอินเทอร์เน็ตประจำเครื่อง หรือที่อยู่ของเครื่องที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เป็นเลขรหัสที่ต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ซ้ำกัน หมายเลขจะประกอบด้วยตัวเลขสี่กลุ่มตั้งแต่ 0 ถึง 255 โดยถูกคั่นด้วยเครื่องหมายจุด (.) ตัวอย่างเช่น 203.179.5.2 ซึ่งจำได้ยาก ดังนั้นจึงมีระบบชื่อคอมพิวเตอร์ตามมาตรฐานของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า DNS หรือ Domain Name System ซึ่งจตะสอดคล้องกับหมายเลขไอพี เช่น http://www.udru.ac.th เป็นต้น

7. Node หมายถึง จุดเชื่อมต่อเครือข่ายย่อย เป็นจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่มีอยู่บนเครือข่ายแกนหลักจะมีเส้นทางการเชื่อมต่อกับเครือข่ายแกนหลัก (Backbonen Node) อื่นๆ มากกว่า 1 เส้นทาง เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อในภูมิภาคนั้นๆ ศูนย์กลางระบบ, ศูนย์ประสาน, ศูนย์ภาค สถานนีแยกทั้งหมดนี้เป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับสถานีเครือข่ายแกนหลัก เป็นการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายในลักษณะสถานีเครือข่ายย่อยนี้

8. Network หมายถึง การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องขึ้นไป มาเชื่อมต่อกัน เพื่อที่จะใช้ทรัพยากรของระบบร่วมกัน เช่น เครื่องพิมพ์, ฮาร์ดดิสก์ หรือต้องการส่งข้อมูลให้กับบุคคลอื่นในระบบใช้งานและเพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ เครือข่ายท้องถิ่น (LAN) และ เครือข่ายระยะไกล (WAN)

9. Internet หมายถึง การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วโลก เป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของทั้งหมด ภายใต้มาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างที่กำหนด ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันได้อย่างอิสระทั่วโลก
             3.บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต               
บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ตเครือข่ายอินเตอร์เน็ต                                                                              
  เป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกันไปทั่วโลกในแต่ละเครือข่ายก็จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการซึ่งเรียกว่าเซิร์ฟเวอร์(server) หรือโฮสต์ (host) เชื่อมต่ออยู่เป็นจำนวนมากระบบคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะให้บริการต่างๆ แล้วแต่ลักษณะและดประสงค์ที่เจ้าของเครือข่าย นั้นหรือเจ้าของระบบคอมพิวเตอร์นั้นตั้งขึ้นในอดีตมักมีเฉพาะบริการเรื่องข้อมูลข่าวสารและโปรแกรมที่ใช้ ในแวดวงการศึกษาวิจัยเป็นหลัก แต่ปัจจุบันก็ได้ขยายเข้าสู่เรื่องของการค้าและธุรกิจแทบจะทุกด้านบริการต่างๆ บนอินเตอร์เน็ตอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้                                                              
 1. บริการด้านการสื่อสารไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ผู้ใช้บริการ สามารถติดต่อ  รับ-ส่ง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือ E-mail กับผู้ใช้อินเตอร์เนตทั่วโลกกว่า 20 ล้านคนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและยังสะดวกรวดเร็วทันใจด้วย สนทนาแบบออนไลน์ผู้ใช้บริการสามารถคุยโต้ตอบกับผู้ใช้คนอื่น ๆ ในอินเตอร์เนตได้ในเวลาเดียวกัน(โดยการพิมพ์ทางคีย์บอร์ด) ซึ่งก็สนุกและรวดเร็วดีบริการสนทนาแบบ ออนไลน์นี้เรียกว่า Talk เนื่องจากใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Talk ติดต่อกันหรือจะคุยกันเป็นกลุ่มหลาย ๆ คนในลักษณะของ Chat (Internet Relay Chat หรือ IRC) ก็ได้Newsgroup เป็นการให้บริการในลักษณะที่แบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ จำนวนหลายพันกลุ่ม เรียกว่า กลุ่ม Newsgroup ทุกๆวันจะมีผู้ส่งข่าวสารกันผ่านระบบดังกล่าวโดยแบ่ง แยกออกตามกลุ่มที่สนใจ เช่น กลุ่มผู้สนใจศิลปะ, กลุ่มผู้สนใจ เพลงร็อค เป็นตัน Telnet ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไปก็สามารถใช้บริการ Telnet เพื่อใช้งานเครื่องดังกล่าวได้เหมือนกับเราไปใช้เครื่องนั้น เองโดยจำลองคอมพิวเตอร์ของเราให้เป็นเสมือนจอภาพบนเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นได้ FTP บริการโอนย้ายไฟล์ข้อมูลถ้าผู้ใช้ต้องการโอนย้ายไฟล์ ข้อมูลหรือไฟล์โปรแกรม ต่าง ๆ ก็อาจเรียกใช้ FTP หรือ File Transfer Protocol ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อเข้าสู่ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการในอินเตอร์เน็ตและดาวน์โหลดหรือโอนย้ายไฟล์ที่ผู้ใช้ต้องการมาใช้ได้                                               
2. บริการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ อินเตอร์เนต WorldWideWeb เป็นบริการที่ แพร่หลายและขยายตัวเร็วที่สุดบนเราสามารถที่จะไปดูข้อมูลต่าง ๆ ได้ทั่วโลกเช่น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์, ธุรกิจ, การศึกษา, มหาวิทยาลัย, โรงเรียนต่าง ๆ ภาพยนตร์ ดนตรี และ อื่นๆ อีกมากมายซึ่งปัจจุบันมีการผนวกรูปภาพ , เสียง , ภาพเคลื่อนไหวที่เราเรียกว่า เป็นแบบ มัลติมีเดียได้ และ สามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสาร หรือ ข้อมูล อื่นๆ ได้โดยตรง Gopher เป็น บริการค้นหาข้อมูล แบบตามลำดับขั้นซึ่งมีเมนูให้ใช้งานได้สะดวกลักษณะการใช้งานจะคล้ายคลึงกับส่วนของ World Wide Web โดยผู้ใช้ สามารถเลือกเข้าไปดู ตามหัวข้อที่มีอยู่ลึกลงไปได้อีกแต่ข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นในเชิงวิทยาศาสตร์ และ การ วิจัย


2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail  เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยผู้ส่งจะต้องส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ ซึ่งเป็นที่อยู่ในรูปแบบของอีเมล์ เมื่อผู้ส่งเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง แล้วส่งไปยังที่อยู่นั้น ผู้รับจะได้รับจดหมายภายในเวลาไม่กี่วินาที แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถส่งแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์แนบไปกับอีเมล์ได้ด้วย ซึ่งความผิดที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การส่งข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่น หรือส่งข้อมูลลามกอนาจารไปสู่ผู้อื่น ส่วนการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การเจาะเข้ามาอ่านหรือเก็บข้อมูลในอี-เมล์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3. การโอนถ่ายข้อมูล (FTP) เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งของระบบอินเตอร์เน็ต เราสามารถค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพและเสียง  ซึ่งความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีการส่งข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่น หรือส่งข้อมูลลามกอนาจารไปสู่ผู้อื่นหลังจากที่ได้ถ่ายโอนมาเก็บไว้กับตัว (ถ้าเก็บไว้กับตัวโดยไม่ได้ส่งต่อให้ผู้อื่นก็ไม่มีความผิด) ส่วนการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การเจาะเข้ามาอ่านหรือเก็บข้อมูลประวัติการถ่ายโอนข้อมูลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 
 4. การสืบค้นข้อมูล(Gopher, Archie, World wide Web)  หมายถึง การใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมายแล้วช่วยจัดเรียงข้อมูลข่าวสารหัวข้ออย่างมีระบบ เป็นเมนูทำให้เราหาข้อมูลได้ง่ายหรือสะดวกมากขึ้น ข้อมูลบางอย่างอาจถูกเจ้าพนักงานสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ รวมถึงปิดเว็บไซต์ที่เป็นเจ้าของข้อมูล ในกรณีที่มีผู้ส่งข้อมูลผิดกฎหมายให้ผู้อื่นเข้ามาสืบค้นหรือถ่ายโอนข้อมูลไป ผู้ส่งก็อาจมีความผิดได้
 5. การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น(Usenet)   เป็นการให้บริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วโลกสามารถพบปะกัน แสดงความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผู้ใช้เป็นกลุ่มข่าวหรือนิวส์กรุ๊ป(Newsgroup) ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น เรื่องหนังสือ เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้ คอมพิวเตอร์ และการเมือง เป็นต้น. ปัจจุบันมี Usenet มากกว่า15,000 กลุ่ม นับเป็นเวทีขนาดใหญ่ให้ทุกคนจากทั่วทุกมุมโลกแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งการให้บริการประเภทนี้ มีมากมายหลากหลายรูปแบบ
5.1 Webboard    คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในลักษณะเป็น กระดานสนทนา เป็นกระดานแจ้งข่าวสาร ข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยใช้รูปแบบการแสดงผล HTML ที่นิยมใช้ใน World Wide Web.. WebBoard อนุญาตให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ และผู้พัฒนาเว็บไซต์ สามารถตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อประกาศข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ โดยจะสามารถแยกหัวข้อต่างๆ ออกเป็นกระทู้ๆ มีการโต้ตอบกันในการสนทนาในหัวข้อเดียวกัน กล่าวได้ว่า WebBoard คือพัฒนาการในรูปแบบใหม่ของระบบการสนทนาใน BBS (Bulletin Board System) ที่เคยได้รับความนิยมมาก่อนที่ระบบเครือข่าย Internet จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น  หากมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นประมาท หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ยั่วยุให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมาย ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ รวมถึงผู้ให้บริการที่จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสมนั้นด้วย  เจ้าพนักงานอาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยการสกัดกั้นหรือปิดเว็บบอร์ดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
5.2 บล็อก (Blog or Weblog)บล็อก (Blog) หรือ เว็บบล็อก (Weblog) เป็นเว็บไซต์สำหรับเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวประจำวัน เพื่อสื่อสารความรู้สึกนึกคิด มุมมอง ประสบการณ์ ความรู้ และข่าวสาร ในเรื่องที่ผู้เขียนท่านหนึ่งๆ (Blogger) สนใจโดยเฉพาะ ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้บล็อกต่างกับเว็บบอร์ด และเนื่องจากความจริงใจและอิสระทางความคิดที่สื่อสารออกไป ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน ลักษณะของบุคคลที่หนึ่ง เป็นการบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี จึงทำให้บล็อกเป็นสื่อที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในนานาประเทศ หากมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นประมาท หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ยั่วยุให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมาย ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ รวมถึงผู้ให้บริการที่จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสมนั้นด้วย  เจ้าพนักงานอาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยการสกัดกั้นหรือปิดบล็อกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
  6. การซื้อขายสินค้าและบริการ(E-Commerce = Eletronic Commerce)      เป็นการจับจ่าย          ซื้อ -ขาย สินค้าและบริการ เช่น ขายหนังสือ คอมพิวเตอร์ การท่องเที่ยว เป็นต้น. ปัจจุบันมีบริษัทใช้อินเตอร์เน็ตในการทำธุรกิจและให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง การให้บริการข้อมูลที่ไม่เหมาะสมอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้  การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอาจเกิดขึ้นในลักษณะของการปิดเว็บไซต์ที่ให้บริการ รวมถึงการเก็บประวัติผู้เข้ามาซื้อเพื่อนำไปใช้กล่าวหาในอนาคต
7. การให้ความบันเทิง(Entertain)   ในอินเตอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงในทุกรูปแบบ เช่น เกมส์ เพลง รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และจากแหล่งต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ทั้งประเทศไทย อเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย เป็นต้น ถ้าผู้ให้บริการเว็บไซต์นั้นๆ จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์   เจ้าพนักงานอาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยการสกัดกั้นหรือปิดเว็บไซต์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
                                    4.1ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต                            
อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายเหมือนเครือข่ายโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงเข้าหากันได้ทั่วโลกด้วยเหตุนี้การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์จึงกระทำได้ในทุกเครือข่ายทั่วโลก การใช้ประโยน์จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีมากมาย เช่น
         1) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง สามารถส่งข่าวสารถึงกันได้ทั่วโลก มีแนวโน้มการขยายตัวและจำนวนผู้ใช้อย่างรวดเร็ว มีความเร็วในการส่งข่าวสารถึงกันได้มากกว่าส่งทางไปรษณีย์ปกติ
         2) การสนทนาแบบเชื่อมตรง ผู้ใช้งานบนเครือข่ายสามารถคุยกับคนอื่นในลักษณะโต้ตอบกันผ่านทางจอภาพและแผงแป้นพิมพ์อักขระ การพูดคุยผ่านทางตัวหนังสือมีความชัดเจนและเข้าใจกันได้
         3) การค้นหาข้อมูล คอมพิวเตอร์มีแฟ้มข้อมูลจำนวนมาก ข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่สะสมและเก็บจากหลาย ๆ ผู้ใช้ และมีบางส่วนที่ต้องการเผยแพร่โดยไม่คิดค่าเอกสารหนังสือหรือแม้แต่โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมากได้รับการจัดเก็บและเผยแพร่แก่ผู้สนใจที่อยู่ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้งานทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงข้อมูลที่เจ้าของอนุญาตให้สำเนา มีการจัดตั้งกลุ่มผู้สนใจเฉพาะด้านกันมาก เมื่อมีกลุ่มก็มีการรวบรวมข้อมูลและเก็บไว้เผยแพร่ระหว่างกัน อินเตอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งข้อมูลแล่งใหญ่มาก
         4) กระดานข่าว บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีการจัดตั้งกระดานข่าวมากกว่า 2000 กลุ่ม ทุก ๆ วันจะมีผู้ส่งข่าวสารกันผ่านกระดานข่าว กระดานข่าวส่วนใหญ่แบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้สนใจดนตรีก็มีการฝากเพลงหรือเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรี กลุ่มวัฒนธรรม กลุ่มไทยกรุ๊ป กลุ่มผู้สนใจจักรยาน
         5) เกมและนันทนาการ มีการเล่นเกมแบบเครือข่าย เกมที่รู้จักกันดีคือเกมเอ็มยูดี ( Multi User Dungeon: MUD) เกมที่ผจญภัยต่างๆ ที่เล่นในเครือข่ายมีการสนทนาโต้ตอบกันในระยะห่างไกล
                                     4.1โทษของอินเตอร์เน็ต                                   
  1. โรคติดอินเทอเน็ต(Webaholic)
อินเตอร์เน็ตก็เป็นสิ่งเสพติดหรือ?
หากการเล่นอินเตอร์เน็ต ทำให้คุณเสียงาน หรือแม้แต่ทำลาย นักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S. Young ได้ศึกษาพฤติกรรม ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมากเป็นจำนวน 496 คน โดยเปรียบเทียบ กับบรรทัดฐาน ซึ่งใช้ในการจัดว่า ผู้ใดเป็นผู้ที่ติดการพนัน การติดการพนันประเภทที่ถอนตัวไม่ขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับ การติดอินเตอร์เน็ต เพราะทั้งสองอย่าง เกี่ยวข้องกับการล้มเหลว ในการควบคุมความต้องการของตนเอง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารเคมีใดๆ (อย่างสุรา หรือยาเสพติด) คำว่า อินเตอร์เน็ต ในการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ หมายรวมถึง ตัวอินเตอร์เน็ตเอง ระบบออนไลน์ (อย่างเช่น AmericaOn-line, Compuserve, Prodigy) หรือระบบ BBS (Bulletin Board Systems) และการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้ระบุว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 อย่าง เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปีถือได้ว่า มีอาการติดอินเตอร์เน็ต
     
  • รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต
  • มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น
  • ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้
  • รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้
  • ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใชอินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
  • หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง
  • การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
  • มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต
  • ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้

สำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ที่ไม่เข้าข่ายข้างต้นเกิน 3 ข้อในช่วงเวลา 1 ปี ถือว่ายังเป็นปกติ จากการศึกษาวิจัย ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างหนัก 496 คน มี 396 คนซึ่งประกอบไปด้วย เพศชาย 157 คน และเพศหญิง 239 คน เป็นผู้ที่เรียกได้ว่า "ติดอินเตอร์เน็ต" ในขณะที่อีก 100 คนยังนับเป็นปกติ ประกอบด้วยเพศชาย และเพศหญิง 46 และ 54 คนตามลำดับ สำหรับผู้ที่จัดว่า "ติดอินเตอร์เน็ต" นั้นได้แสดงลักษณะอาการของการติด (คล้ายกับการติดการพนัน) และการใช้อินเตอร์เน็ต อย่างหนักเหมือนกับ การเล่นการพนัน ความผิดปกติในการกินอาหาร หรือสุราเรื้อรัง มีผล กระทบต่อการเรียน อาชีพ สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของคนคนนั้น ถึงแม้ว่าการวิจัยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า การติดเทคโนโลยีอย่างเช่น การติดเล่นเกมส์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเพศชายแต่ผลลัพธ์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ติดอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง วัยกลางคนและไม่มีงานทำ

  1. เรื่องอณาจารผิดศีลธรรม(Pornography/Indecent Content)เรื่องของข้อมูลต่างๆที่มีเนื้อหาไปในทางขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊เปลือยต่างๆนั้นเป็น เรื่องที่มีมานานพอสมควรแล้วบนโลกอินเทอเน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่องจากสมัยก่อนเป็นยุคที่ WWW ยังไม่พัฒนา มากนักทำให้ไม่มีภาพออกมา แต่ในปัจจุบันภายเหล่านี้เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอเน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าสู่เด็ก และเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่ เพราะว่าอินเทอเน็ตนั้นเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สือ่เหล่านี้สามรถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเรา ไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิดผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้
 
  • รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต
  • มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น
  • ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้
  • รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้
  • ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใชอินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
  • หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง
  • การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
  • มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต
  • ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้
  1. ไวรัส ม้าโทรจัน หนอนอินเตอร์เน็ต และระเบิดเวลา
    • ไวรัส : เป็นโปรแกรมอิสระ ซึ่งจะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายข้อมูล หรืออาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความจำหรือพื้นที่ว่างบนดิสก์โดยพลการ
      ม้าโทรจัน : ม้าโทรจันเป็นตำนานนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระทั่งยึดเมืองได้สำเร็จ โปรแกรมนี้ก็ทำงานคล้ายๆกัน คือโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ไม่พึงประสงค์ มันจะซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต มันมักจะทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ และสิ่งที่มันทำนั้น ไม่มีความจำเป็นต่อเราด้วย
    • หนอนอินเตอร์เน็ต : ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดังกระฉ่อนไปทั่วโลก มันคือโปรแกรมที่จะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากระบบหนึ่ง ครอบครองทรัพยากรและทำให้ระบบช้าลง
    • ระเบิดเวลา : คือรหัสซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นรูปแบบเฉพาะของการโจมตีนั้นๆ ทำงานเมื่อสภาพการโจมตีนั้นๆมาถึง ยกตัวอย่างเช่น ระเบิดเวลาจะทำลายไฟล์ทั้งหมดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2542

ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต

                                                       1.ระบบอินเตอร์คืออะไร                                                                    
คือ เครือข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครือข่ายเล็ก ๆ มากมาย รวมเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งโลก
คือ เครือข่ายสื่อสาร ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ต้องการเข้ามาในเครือข่าย
คือ การเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่าย
คือ เครือข่ายของเครือข่าย
                                               2.คำศัพท์ต่าง ๆ ของอินเตอร์เน็ต                                                              
 คำศัพท์ที่สำคัญ ในการศึกษาเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตที่ควรทราบ มีดังนี้
1. Website หมายถึง จำนวนไฟล์หรือจำนวนหน้าทั้งหมดของเว็บไซต์นั้น ๆ

2. WebPages หมายถึง หน้าในแต่ละหน้าหรือไฟล์แต่ละไฟล์ที่ประกอบกันขึ้นรวม ๆ กันกลายเป็นเว็บไซต์

3. HomePage หมายถึง หน้าแรกของเว็บเพจทั้งหมดที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตจะพบเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าโฮมเพจเปรียบเสมือนสารบัญและคำนำที่เข้าของเว็บไซต์สร้างขึ้น นอกจากนี้โฮมเพจหนึ่ง ๆ อาจจะมีการเชื่อมกับเว็บเพจอื่นๆ อีกจำนวนมากได้

4. Webmaster หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่วางแผน ดูแล บริหารและจัดการเว็บไซต์เพื่อให้เว็บไซต์นั้น ๆ บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

5. ISP หมายถึง ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ย่อมาจาก Internet Service Provider

6. IP Address หมายถึง หมายเลขอินเทอร์เน็ตประจำเครื่อง หรือที่อยู่ของเครื่องที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เป็นเลขรหัสที่ต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ซ้ำกัน หมายเลขจะประกอบด้วยตัวเลขสี่กลุ่มตั้งแต่ 0 ถึง 255 โดยถูกคั่นด้วยเครื่องหมายจุด (.) ตัวอย่างเช่น 203.179.5.2 ซึ่งจำได้ยาก ดังนั้นจึงมีระบบชื่อคอมพิวเตอร์ตามมาตรฐานของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า DNS หรือ Domain Name System ซึ่งจตะสอดคล้องกับหมายเลขไอพี เช่น http://www.udru.ac.th เป็นต้น

7. Node หมายถึง จุดเชื่อมต่อเครือข่ายย่อย เป็นจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่มีอยู่บนเครือข่ายแกนหลักจะมีเส้นทางการเชื่อมต่อกับเครือข่ายแกนหลัก (Backbonen Node) อื่นๆ มากกว่า 1 เส้นทาง เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อในภูมิภาคนั้นๆ ศูนย์กลางระบบ, ศูนย์ประสาน, ศูนย์ภาค สถานนีแยกทั้งหมดนี้เป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับสถานีเครือข่ายแกนหลัก เป็นการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายในลักษณะสถานีเครือข่ายย่อยนี้

8. Network หมายถึง การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องขึ้นไป มาเชื่อมต่อกัน เพื่อที่จะใช้ทรัพยากรของระบบร่วมกัน เช่น เครื่องพิมพ์, ฮาร์ดดิสก์ หรือต้องการส่งข้อมูลให้กับบุคคลอื่นในระบบใช้งานและเพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ เครือข่ายท้องถิ่น (LAN) และ เครือข่ายระยะไกล (WAN)

9. Internet หมายถึง การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ทั่วโลก เป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของทั้งหมด ภายใต้มาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างที่กำหนด ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันได้อย่างอิสระทั่วโลก
                                               3.บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต                                                              
บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ตเครือข่ายอินเตอร์เน็ต                                                                              
  เป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกันไปทั่วโลกในแต่ละเครือข่ายก็จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการซึ่งเรียกว่าเซิร์ฟเวอร์(server) หรือโฮสต์ (host) เชื่อมต่ออยู่เป็นจำนวนมากระบบคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะให้บริการต่างๆ แล้วแต่ลักษณะและดประสงค์ที่เจ้าของเครือข่าย นั้นหรือเจ้าของระบบคอมพิวเตอร์นั้นตั้งขึ้นในอดีตมักมีเฉพาะบริการเรื่องข้อมูลข่าวสารและโปรแกรมที่ใช้ ในแวดวงการศึกษาวิจัยเป็นหลัก แต่ปัจจุบันก็ได้ขยายเข้าสู่เรื่องของการค้าและธุรกิจแทบจะทุกด้านบริการต่างๆ บนอินเตอร์เน็ตอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้                                                              
 1. บริการด้านการสื่อสารไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ผู้ใช้บริการ สามารถติดต่อ  รับ-ส่ง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือ E-mail กับผู้ใช้อินเตอร์เนตทั่วโลกกว่า 20 ล้านคนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและยังสะดวกรวดเร็วทันใจด้วย สนทนาแบบออนไลน์ผู้ใช้บริการสามารถคุยโต้ตอบกับผู้ใช้คนอื่น ๆ ในอินเตอร์เนตได้ในเวลาเดียวกัน(โดยการพิมพ์ทางคีย์บอร์ด) ซึ่งก็สนุกและรวดเร็วดีบริการสนทนาแบบ ออนไลน์นี้เรียกว่า Talk เนื่องจากใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Talk ติดต่อกันหรือจะคุยกันเป็นกลุ่มหลาย ๆ คนในลักษณะของ Chat (Internet Relay Chat หรือ IRC) ก็ได้Newsgroup เป็นการให้บริการในลักษณะที่แบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ จำนวนหลายพันกลุ่ม เรียกว่า กลุ่ม Newsgroup ทุกๆวันจะมีผู้ส่งข่าวสารกันผ่านระบบดังกล่าวโดยแบ่ง แยกออกตามกลุ่มที่สนใจ เช่น กลุ่มผู้สนใจศิลปะ, กลุ่มผู้สนใจ เพลงร็อค เป็นตัน Telnet ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไปก็สามารถใช้บริการ Telnet เพื่อใช้งานเครื่องดังกล่าวได้เหมือนกับเราไปใช้เครื่องนั้น เองโดยจำลองคอมพิวเตอร์ของเราให้เป็นเสมือนจอภาพบนเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นได้ FTP บริการโอนย้ายไฟล์ข้อมูลถ้าผู้ใช้ต้องการโอนย้ายไฟล์ ข้อมูลหรือไฟล์โปรแกรม ต่าง ๆ ก็อาจเรียกใช้ FTP หรือ File Transfer Protocol ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อเข้าสู่ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการในอินเตอร์เน็ตและดาวน์โหลดหรือโอนย้ายไฟล์ที่ผู้ใช้ต้องการมาใช้ได้                                               
2. บริการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ อินเตอร์เนต WorldWideWeb เป็นบริการที่ แพร่หลายและขยายตัวเร็วที่สุดบนเราสามารถที่จะไปดูข้อมูลต่าง ๆ ได้ทั่วโลกเช่น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์, ธุรกิจ, การศึกษา, มหาวิทยาลัย, โรงเรียนต่าง ๆ ภาพยนตร์ ดนตรี และ อื่นๆ อีกมากมายซึ่งปัจจุบันมีการผนวกรูปภาพ , เสียง , ภาพเคลื่อนไหวที่เราเรียกว่า เป็นแบบ มัลติมีเดียได้ และ สามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสาร หรือ ข้อมูล อื่นๆ ได้โดยตรง Gopher เป็น บริการค้นหาข้อมูล แบบตามลำดับขั้นซึ่งมีเมนูให้ใช้งานได้สะดวกลักษณะการใช้งานจะคล้ายคลึงกับส่วนของ World Wide Web โดยผู้ใช้ สามารถเลือกเข้าไปดู ตามหัวข้อที่มีอยู่ลึกลงไปได้อีกแต่ข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นในเชิงวิทยาศาสตร์ และ การ วิจัย

2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail  เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยผู้ส่งจะต้องส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ ซึ่งเป็นที่อยู่ในรูปแบบของอีเมล์ เมื่อผู้ส่งเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง แล้วส่งไปยังที่อยู่นั้น ผู้รับจะได้รับจดหมายภายในเวลาไม่กี่วินาที แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถส่งแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์แนบไปกับอีเมล์ได้ด้วย ซึ่งความผิดที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การส่งข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่น หรือส่งข้อมูลลามกอนาจารไปสู่ผู้อื่น ส่วนการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การเจาะเข้ามาอ่านหรือเก็บข้อมูลในอี-เมล์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3. การโอนถ่ายข้อมูล (FTP) เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งของระบบอินเตอร์เน็ต เราสามารถค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพและเสียง  ซึ่งความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีการส่งข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่น หรือส่งข้อมูลลามกอนาจารไปสู่ผู้อื่นหลังจากที่ได้ถ่ายโอนมาเก็บไว้กับตัว (ถ้าเก็บไว้กับตัวโดยไม่ได้ส่งต่อให้ผู้อื่นก็ไม่มีความผิด) ส่วนการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การเจาะเข้ามาอ่านหรือเก็บข้อมูลประวัติการถ่ายโอนข้อมูลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 
 4. การสืบค้นข้อมูล(Gopher, Archie, World wide Web)  หมายถึง การใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมายแล้วช่วยจัดเรียงข้อมูลข่าวสารหัวข้ออย่างมีระบบ เป็นเมนูทำให้เราหาข้อมูลได้ง่ายหรือสะดวกมากขึ้น ข้อมูลบางอย่างอาจถูกเจ้าพนักงานสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ รวมถึงปิดเว็บไซต์ที่เป็นเจ้าของข้อมูล ในกรณีที่มีผู้ส่งข้อมูลผิดกฎหมายให้ผู้อื่นเข้ามาสืบค้นหรือถ่ายโอนข้อมูลไป ผู้ส่งก็อาจมีความผิดได้
 5. การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น(Usenet)   เป็นการให้บริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วโลกสามารถพบปะกัน แสดงความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผู้ใช้เป็นกลุ่มข่าวหรือนิวส์กรุ๊ป(Newsgroup) ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น เรื่องหนังสือ เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้ คอมพิวเตอร์ และการเมือง เป็นต้น. ปัจจุบันมี Usenet มากกว่า15,000 กลุ่ม นับเป็นเวทีขนาดใหญ่ให้ทุกคนจากทั่วทุกมุมโลกแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งการให้บริการประเภทนี้ มีมากมายหลากหลายรูปแบบ
5.1 Webboard    คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในลักษณะเป็น กระดานสนทนา เป็นกระดานแจ้งข่าวสาร ข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยใช้รูปแบบการแสดงผล HTML ที่นิยมใช้ใน World Wide Web.. WebBoard อนุญาตให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ และผู้พัฒนาเว็บไซต์ สามารถตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อประกาศข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ โดยจะสามารถแยกหัวข้อต่างๆ ออกเป็นกระทู้ๆ มีการโต้ตอบกันในการสนทนาในหัวข้อเดียวกัน กล่าวได้ว่า WebBoard คือพัฒนาการในรูปแบบใหม่ของระบบการสนทนาใน BBS (Bulletin Board System) ที่เคยได้รับความนิยมมาก่อนที่ระบบเครือข่าย Internet จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น  หากมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นประมาท หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ยั่วยุให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมาย ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ รวมถึงผู้ให้บริการที่จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสมนั้นด้วย  เจ้าพนักงานอาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยการสกัดกั้นหรือปิดเว็บบอร์ดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
5.2 บล็อก (Blog or Weblog)บล็อก (Blog) หรือ เว็บบล็อก (Weblog) เป็นเว็บไซต์สำหรับเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวประจำวัน เพื่อสื่อสารความรู้สึกนึกคิด มุมมอง ประสบการณ์ ความรู้ และข่าวสาร ในเรื่องที่ผู้เขียนท่านหนึ่งๆ (Blogger) สนใจโดยเฉพาะ ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้บล็อกต่างกับเว็บบอร์ด และเนื่องจากความจริงใจและอิสระทางความคิดที่สื่อสารออกไป ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน ลักษณะของบุคคลที่หนึ่ง เป็นการบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี จึงทำให้บล็อกเป็นสื่อที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในนานาประเทศ หากมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นประมาท หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ยั่วยุให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมาย ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ รวมถึงผู้ให้บริการที่จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสมนั้นด้วย  เจ้าพนักงานอาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยการสกัดกั้นหรือปิดบล็อกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
  6. การซื้อขายสินค้าและบริการ(E-Commerce = Eletronic Commerce)      เป็นการจับจ่าย          ซื้อ -ขาย สินค้าและบริการ เช่น ขายหนังสือ คอมพิวเตอร์ การท่องเที่ยว เป็นต้น. ปัจจุบันมีบริษัทใช้อินเตอร์เน็ตในการทำธุรกิจและให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง การให้บริการข้อมูลที่ไม่เหมาะสมอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้  การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอาจเกิดขึ้นในลักษณะของการปิดเว็บไซต์ที่ให้บริการ รวมถึงการเก็บประวัติผู้เข้ามาซื้อเพื่อนำไปใช้กล่าวหาในอนาคต
7. การให้ความบันเทิง(Entertain)   ในอินเตอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงในทุกรูปแบบ เช่น เกมส์ เพลง รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และจากแหล่งต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ทั้งประเทศไทย อเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย เป็นต้น ถ้าผู้ให้บริการเว็บไซต์นั้นๆ จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์   เจ้าพนักงานอาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยการสกัดกั้นหรือปิดเว็บไซต์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
                                                  4.1ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต                                                              
อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายเหมือนเครือข่ายโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงเข้าหากันได้ทั่วโลกด้วยเหตุนี้การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์จึงกระทำได้ในทุกเครือข่ายทั่วโลก การใช้ประโยน์จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีมากมาย เช่น
         1) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง สามารถส่งข่าวสารถึงกันได้ทั่วโลก มีแนวโน้มการขยายตัวและจำนวนผู้ใช้อย่างรวดเร็ว มีความเร็วในการส่งข่าวสารถึงกันได้มากกว่าส่งทางไปรษณีย์ปกติ
         2) การสนทนาแบบเชื่อมตรง ผู้ใช้งานบนเครือข่ายสามารถคุยกับคนอื่นในลักษณะโต้ตอบกันผ่านทางจอภาพและแผงแป้นพิมพ์อักขระ การพูดคุยผ่านทางตัวหนังสือมีความชัดเจนและเข้าใจกันได้
         3) การค้นหาข้อมูล คอมพิวเตอร์มีแฟ้มข้อมูลจำนวนมาก ข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่สะสมและเก็บจากหลาย ๆ ผู้ใช้ และมีบางส่วนที่ต้องการเผยแพร่โดยไม่คิดค่าเอกสารหนังสือหรือแม้แต่โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมากได้รับการจัดเก็บและเผยแพร่แก่ผู้สนใจที่อยู่ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้งานทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงข้อมูลที่เจ้าของอนุญาตให้สำเนา มีการจัดตั้งกลุ่มผู้สนใจเฉพาะด้านกันมาก เมื่อมีกลุ่มก็มีการรวบรวมข้อมูลและเก็บไว้เผยแพร่ระหว่างกัน อินเตอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งข้อมูลแล่งใหญ่มาก
         4) กระดานข่าว บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีการจัดตั้งกระดานข่าวมากกว่า 2000 กลุ่ม ทุก ๆ วันจะมีผู้ส่งข่าวสารกันผ่านกระดานข่าว กระดานข่าวส่วนใหญ่แบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้สนใจดนตรีก็มีการฝากเพลงหรือเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรี กลุ่มวัฒนธรรม กลุ่มไทยกรุ๊ป กลุ่มผู้สนใจจักรยาน
         5) เกมและนันทนาการ มีการเล่นเกมแบบเครือข่าย เกมที่รู้จักกันดีคือเกมเอ็มยูดี ( Multi User Dungeon: MUD) เกมที่ผจญภัยต่างๆ ที่เล่นในเครือข่ายมีการสนทนาโต้ตอบกันในระยะห่างไกล
                                                      4.1โทษของอินเตอร์เน็ต                                                               

  1. โรคติดอินเทอเน็ต(Webaholic)
อินเตอร์เน็ตก็เป็นสิ่งเสพติดหรือ?
หากการเล่นอินเตอร์เน็ต ทำให้คุณเสียงาน หรือแม้แต่ทำลาย นักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S. Young ได้ศึกษาพฤติกรรม ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมากเป็นจำนวน 496 คน โดยเปรียบเทียบ กับบรรทัดฐาน ซึ่งใช้ในการจัดว่า ผู้ใดเป็นผู้ที่ติดการพนัน การติดการพนันประเภทที่ถอนตัวไม่ขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับ การติดอินเตอร์เน็ต เพราะทั้งสองอย่าง เกี่ยวข้องกับการล้มเหลว ในการควบคุมความต้องการของตนเอง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารเคมีใดๆ (อย่างสุรา หรือยาเสพติด) คำว่า อินเตอร์เน็ต ในการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ หมายรวมถึง ตัวอินเตอร์เน็ตเอง ระบบออนไลน์ (อย่างเช่น AmericaOn-line, Compuserve, Prodigy) หรือระบบ BBS (Bulletin Board Systems) และการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้ระบุว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 อย่าง เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปีถือได้ว่า มีอาการติดอินเตอร์เน็ต
     
    • รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต
    • มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น
    • ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้
    • รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้
    • ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใชอินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
    • หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง
    • การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
    • มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต
    • ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้

สำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ที่ไม่เข้าข่ายข้างต้นเกิน 3 ข้อในช่วงเวลา 1 ปี ถือว่ายังเป็นปกติ จากการศึกษาวิจัย ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างหนัก 496 คน มี 396 คนซึ่งประกอบไปด้วย เพศชาย 157 คน และเพศหญิง 239 คน เป็นผู้ที่เรียกได้ว่า "ติดอินเตอร์เน็ต" ในขณะที่อีก 100 คนยังนับเป็นปกติ ประกอบด้วยเพศชาย และเพศหญิง 46 และ 54 คนตามลำดับ สำหรับผู้ที่จัดว่า "ติดอินเตอร์เน็ต" นั้นได้แสดงลักษณะอาการของการติด (คล้ายกับการติดการพนัน) และการใช้อินเตอร์เน็ต อย่างหนักเหมือนกับ การเล่นการพนัน ความผิดปกติในการกินอาหาร หรือสุราเรื้อรัง มีผล กระทบต่อการเรียน อาชีพ สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของคนคนนั้น ถึงแม้ว่าการวิจัยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า การติดเทคโนโลยีอย่างเช่น การติดเล่นเกมส์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเพศชายแต่ผลลัพธ์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ติดอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง วัยกลางคนและไม่มีงานทำ

  1. เรื่องอณาจารผิดศีลธรรม(Pornography/Indecent Content)เรื่องของข้อมูลต่างๆที่มีเนื้อหาไปในทางขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊เปลือยต่างๆนั้นเป็น เรื่องที่มีมานานพอสมควรแล้วบนโลกอินเทอเน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่องจากสมัยก่อนเป็นยุคที่ WWW ยังไม่พัฒนา มากนักทำให้ไม่มีภาพออกมา แต่ในปัจจุบันภายเหล่านี้เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอเน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าสู่เด็ก และเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่ เพราะว่าอินเทอเน็ตนั้นเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สือ่เหล่านี้สามรถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเรา ไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิดผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้
 
    • รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต
    • มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น
    • ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้
    • รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้
    • ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใชอินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
    • หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง
    • การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
    • มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต
    • ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้
  1. ไวรัส ม้าโทรจัน หนอนอินเตอร์เน็ต และระเบิดเวลา
    • ไวรัส : เป็นโปรแกรมอิสระ ซึ่งจะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายข้อมูล หรืออาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความจำหรือพื้นที่ว่างบนดิสก์โดยพลการ
      ม้าโทรจัน : ม้าโทรจันเป็นตำนานนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระทั่งยึดเมืองได้สำเร็จ โปรแกรมนี้ก็ทำงานคล้ายๆกัน คือโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ไม่พึงประสงค์ มันจะซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต มันมักจะทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ และสิ่งที่มันทำนั้น ไม่มีความจำเป็นต่อเราด้วย
    • หนอนอินเตอร์เน็ต : ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดังกระฉ่อนไปทั่วโลก มันคือโปรแกรมที่จะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากระบบหนึ่ง ครอบครองทรัพยากรและทำให้ระบบช้าลง
    • ระเบิดเวลา : คือรหัสซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นรูปแบบเฉพาะของการโจมตีนั้นๆ ทำงานเมื่อสภาพการโจมตีนั้นๆมาถึง ยกตัวอย่างเช่น ระเบิดเวลาจะทำลายไฟล์ทั้งหมดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2542

 
1. Website   เว็บไซต์ คือ ศูนย์รวบรวมความรู้และแหล่งข้อมูลต่างๆ อาทิ เช่น ข้อมูล ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ บันเทิง กีฬา เป็นต้น ปัจจุบันเว็บไซต์ได้เข้ามามีบทบาทในแวดวงธุรกิจแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของบริษัท ร้านค้าชั้นนำต่างๆ ทั่วไป เหตุผลหนึ่งในการมีเว็บไซต์นั้น เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจนั้นๆ อีกทั้งเว็บไซต์ยังสามารถตอบสนองและครอบคลุมผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไม่มีขีดจำกัดอีกด้วย เพราะสามารถเข้าเยี่ยมชมข้อมูลเว็บไซต์จากอินเตอร์เน็ตได้ทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ ถ้าผู้ให้บริการเว็บไซต์นั้นๆ จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์   เจ้าพนักงานอาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยการสกัดกั้นหรือปิดเว็บไซต์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย